คำว่า Trust กับ Touch ออกเสียงคล้ายกันมาก แต่ความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง

เพราะ Trust คือการเข้าถึงจิตใจ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในสินค้า

ตามมาด้วยความภักดี (Loyalty) จะอย่างไร ก็จะซื้ออยู่ดี

 

ในขณะที่ Touch ทำได้แค่การสัมผัส หยิบจับขึ้นมาดู แต่ไม่รู้จะซื้อหรือเปล่า

เพราะผู้บริโภคไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าการหยิบจับภายนอก

หากแคมเปญไม่สามารถทำให้ผู้บริโภครู้สึก Trust กับสินค้าได้

สินค้าอาจอาจกลายเป็น Touch Down.... ได้เช่นกัน

 

เหมือนนักการเมืองที่พูดโน้มน้าวใจประชาชนเพื่อให้เลือกตนเป็นผู้แทน

เมื่อไหร่ที่เกิดความผิดพลาดหรือทำไม่ได้อย่างที่คาดหวัง

แน่นอนว่า คะแนนความเกลียดชังจะรุนแรงมากกว่าความรู้สึกดีๆ หลายเท่า

 

การทำตลาด แต่ละช่องทาง มีคำถามที่ต้องตอบให้ได้อยู่ 3 ข้อคือ

  1. จุดแข็งของสินค้าคืออะไร
  2. ความต้องการของผู้บริโภคอยู่ตรงไหน
  3. อะไรที่มีความสัมพันธ์กันมากที่สุด
 
ตอบ 3 ข้อนี้ให้ได้ค่ะ แล้วเราจะเจอ Trust Point ที่จะทำให้สินค้าอยู่ในใจผู้บริโภคได้นาน

แคมเปญจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามากขึ้น ถ้าคุณหา Trust Point ของผู้บริโภคเจอ

 

 

 

วันนี้ไม่มีเกริ่นนำ ไม่อ้ำอึ้ง เพราะช่วงนี้งานเยอะมาก ถึงได้หายไปนาน และที่สำคัญ กำลังจะย้ายบ้านและนะ www.pleplejung.com จดโดเมนไว้หลายเดือนแระ แต่ยังไม่มีเวลาแต่งบ้านให้สวยๆ เลยค่ะ อยากแชร์ความคิดและเรียนรู้จากประสบการณ์จริงอยู่เหมือนกัน โลกเปลี่ยนไปเร็วเนอะ การตลาดก็ต้องทำงานให้ไวขึ้น

 

ใครมีความสามารถและสงสารเปิ้ลจังตัวน้อยๆ ตาตี่ๆ ก็อาสากันมาเลยค่ะ twitter.com/pleplejung


image

 

 ในสมัยโบราณที่ประเทศจีนมีตัวประหลาดเรียกว่า “ซานเซียว” รูปร่างคล้ายคนแคระแต่วิ่งรวดเร็วมาก ทุกปีเวลาใกล้ปีใหม่ ตัวซานเซียวจะมาขโมยของกินในหมู่บ้าน ชาวบ้านจะวิ่งขับไล่แต่ไม่ทัน หรือถ้าทันจับตัวซานเซียวได้ ผู้ที่จับต้องตัวซานเซียวจะเจ็บป่วยทำให้คนไม่กล้าสู้กับตัวซานเซียว

วันหนึ่งชาวบ้านออกไปตัดไม้ไผ่ และหุงข้าวโดยเอาปล้องไม้ไผ่เป็นฟืน ระหว่างที่กำลังหุงข้าวอยู่นั้น ตัวซานเซียวกลุ่มหนึ่งก็มาพบและตรงเข้ามาจะหยิบข้าวของกิน ชาวบ้านต่างตกตะลึงด้วยความกลัว ทันใดนั้นปล้องไม้ไผ่ที่โดนไฟก็ปะทุระเบิดมีเสียงดัง ตัวซานเซียวทั้งกลุ่มสะดุ้งตกใจพากันหยุดนิ่งไม่กล้าเข้ามา ชาวบ้านจึงโยนปล้องไม้ไผ่เข้าที่กองไฟอีก เกิดเสียงปล้องไม้ไผ่แตกดังเป็นระยะ พวกซานเซียวก็พากันวิ่งหนีไปด้วยความกลัว

ตั้งแต่นั้นมาเมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ที่พวกตัวซานเซียวจะลงมาขโมยของกิน ชาวบ้านก็จัดหาปล้องไม้ไผ่ไว้เป็นจำนวนมากและเอาใส่กองไฟ เพื่อให้เกิดเสียงปะทุดังขับไล่พวกซานเซียว

ต่อมาก็ได้มีการนำดินประสิวบรรจุในปล้องไม้ไผ่เล็ก ๆ แล้วนำไปเผาไฟเพื่อให้ระเบิดและเป็นควัน เพื่อขับไล่ตัวซานเซียวและภูตผีร้ายตลอดจนสรรพโรคภัยต่าง ๆ และมักจะจุดในช่วงเทศกาลปีใหม่

 
 
 
ที่มา http://educationsurin.wordpress.com

ถังจวง (เสื้อคอจีน)

 

เสื้อคอจีนมีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า "ถังจวง" ที่จริงแล้วชื่อเรียกนี้เป็นชื่อที่เริ่มเรียกโดยชาวต่างชาติ เนื่องจากราชวงศ์ถังของจีนเป็นยุคสมัยที่เจริญรุ่งเรืองจนมีชื่อเสียงขจรไปไกลถึงต่างแดน ดังนั้นในสมัยต่อๆ มาชาวต่างชาติจึงเรียกคนจีนว่า "ถังเหริน" หรือคนถัง ย่านที่พักอาศัยของชาวจีนหรือไชน่าทาวน์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอาเซียนและในยุโรปก็เรียกว่า "ถังเหรินเจีย" หรือถนนของคนถัง และชาวจีนโพ้นทะเลเองก็เรียกตัวเองว่า "ถังเหริน" เช่นกัน ที่เรียกกันเช่นนี้ก็เป็นเพราะราชวงศ์ถังเป็นราชวงศ์ที่ชาวจีนภาคภูมิใจมาตั้งแต่สมัยโบราณนั่นเอง ต่อมาจึงมีการเรียกเสื้อผ้าแบบโบราณของจีนที่คนถังในย่านถังเหรินเจียสวมใส่ว่า "ถังจวง" หรือชุดถัง ซึ่งที่จริงแล้วถังจวงไม่ใช่ชุดในสมัยราชวงศ์ถังแต่อย่างใด แต่เป็นชุดของสมัยราชวงศ์ชิงตอนปลาย

 

ถังจวงหรือเสื้อคอจีนดัดแปลงมาจากเสื้อนอกของชายในสมัยปลายราชวงศ์ชิง แบบเสื้อถังจวงมีลักษณะเด่น 4 ประการคือ

1. คอเสื้อตั้ง โดยเปิดคอเสื้อด้านหน้าตรงกลางไว้

2. แขนเสื้อและตัวเสื้อเป็นผ้าชิ้นเดียวกัน จึงไม่มีรอยตะเข็บต่อระหว่างแขนเสื้อและตัวเสื้อ

3. สาบเสื้อเป็นแนวตรงหรือแนวเฉียง

4. กระดุมเสื้อเป็นกระดุมแบบจีนซึ่งประกอบด้วยเม็ดกระดุมที่ใช้ผ้าถักเป็นปมและห่วงรังดุม

 

นอกจากนี้ยังมีลักษณะเฉพาะอื่นๆ เช่น ผ้าที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นผ้าแพรปักลายหรือผ้าต่วน สีเสื้อมีให้เลือกหลากหลาย โดยมากจะมีสีแดงสด สีแดงคล้ำ สีแดงน้ำตาล สีน้ำเงินไพลินและสีกาแฟเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีสีเหลืองสว่าง สีเหลืองทอง สีเขียวมรกต สีดำและสีทองด้วย

 
 
ฉีผาว (ชุดกี่เพ้า)

 


ฉีผาว หรือ กี่เพ้า เป็นชุดที่ดัดแปลงมาจากชุดของหญิงชาวแปดกองธงในสมัยราชวงศ์ชิง กี่เพ้าเป็นเครื่องแต่งกายที่เกิดจากการหลอมรวมเป็นหนึ่งของชนชาติต่างๆ ของจีนและถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวจีน กี่เพ้าเป็นงานตัดเย็บที่รวมเอาศิลปะหลายแขนงไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นหัตถกรรมการปักลวดลาย ภาพดอกไม้และนกหรือภาพอื่นๆ ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจีน

ากดูตามความหมายของตัวอักษรจีน ฉีผาวหรือกี่เพ้านั้นโดยมากมักหมายถึงชุดเสื้อคลุมยาว เมื่อผ่านวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัยจนมาถึงสมัยราชวงศ์ชิง จึงได้มีการตีความหมายจากตัวอักษรคำว่าฉีผาวว่าหมายถึงชุดเสื้อคลุมยาวที่ชาวกองธงทั้งชายและหญิงสวมใส่ ("ฉี" แปลว่า ธง "ผาว" แปลว่า ชุดเสื้อคลุมยาว) แต่ชุดกี่เพ้าในยุคต่อมานั้นพัฒนามาจากชุดเสื้อคลุมยาวที่หญิงชาวแปดกองธงสวมใส่

ต่อมาหญิงชาวฮั่นได้แต่งตัวเลียนแบบหญิงชาวแมนจู ในทางกลับกันหญิงชาวแมนจูและหญิงชาวมองโกลก็แต่งตัวเลียนแบบหญิงชาวฮั่นเช่นกัน การเลียนแบบกันไปมาทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างการแต่งกายของหญิงชาวแมนจูและหญิงชาวฮั่น การแต่งกายของหญิงสองชนชาติจึงคล้ายคลึงกันมากขึ้นตามลำดับ

จากนั้นจึงค่อยๆ พัฒนาเป็นกลายชุดกี่เพ้ายุคแรกที่เป็นที่นิยมทั่วประเทศจีน ต่อมาเมื่อเครื่องแต่งกายแบบตะวันตกแพร่หลายเข้ามาในประเทศจีน ก็ได้มีการดัดแปลงชุดกี่เพ้าให้เข้ากับลักษณะเด่นของชุดแบบตะวันตกกลายเป็นชุดกี่เพ้าแบบใหม่ที่เรียบง่ายและแพร่หลายสู่คนทั่วไปมากขึ้น

ชุดกี่เพ้าในปัจจุบันเป็นชุดที่ออกแบบไปตามแฟชั่นมากขึ้น แต่สีของชุดกี่เพ้าก็ยังคงเป็นสีแบบชุดกี่เพ้าโบราณ เช่น ชุดกี่เพ้าที่ใช้สีแดงสด สีเขียวสดและสีฟ้าสดตัดกับสีแดงและสีดำ นอกจากนี้ยังมีการนำผ้าหลายชนิดมาใช้ในการตัดเย็บและมีรูปแบบหลากหลายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นชุดกี่เพ้าสั้น ชุดกี่เพ้ายาว หรือชุดกี่เพ้าที่ออกแบบตามฤดูกาลทั้งสี่ ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 

 
 
 
พี่ค๊าบ ขอเงินซื้อกี่เพ้าใส่หน่อยค๊าบ จะได้ไปขออั่งเปาไงค๊าบบบบบ
 
 
 
ที่มา : http://thai.cri.cn


การส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์

ดอกกุหลาบ ถูกใช้เป็นสิ่งแทนใจสำหรับคู่รักมานาน แต่ละสีแต่ละชนิด มีความหมายต่างกัน 

  • กุหลาบ> ความรักที่แสนสุข
  • กุหลาบป่า> จริงใจ
  • กุหลาบตูม> สารภาพความรัก
  • กุหลาบไม่มีหนาม> สำหรับความรักครั้งแรก

  • กุหลาบแดง (Red Rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ"
  • กุหลาบขาว (White Rose) : กุหลาบขาวแทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์
  • กุหลาบชมพู (Pink Rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน
  • กุหลาบเหลือง (Yellow Rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส แทนความรักแบบเพื่อน

ก่อนจะให้ดอกกุหลาบใคร อย่าดูแค่ความหมายนะ กรุณาดูด้วยความ เค้าแพ้เกสรดอกไม้หรือเปล่า มิฉะนั้น จะกลายเป็นดอกโศกได้นะจ๊ะ

 

การมอบช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์

วาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่น ผู้หญิงไม่ได้มอบช๊อกโกแลตให้แต่ชายคนรักเท่านั้นนะ แต่เพื่อนร่มงาน เจ้านาย เพื่อนชาย หรือแม้แต่พี่น้อง รวมถึงพ่อ ผู้หญิงก็จะมอบช๊อกโกแลตให้เช่นกัน เพื่อไม่ให้ผู้ชายที่ไม่ได้ช๊อกโกแลตเสียหน้าว่าไม่มีใครให้ช๊อกโกแลตในวันวาเลนไทน์เลย

"Giri-choco" เป็นช๊อกโกแลตที่ผู้หญิงมักมอบให้ผู้ชายที่ไม่ได้รู้สึกพิเศษด้วย หรือให้ตามมารยาท แต่สำหรับชายในฝันเค้ามักจะมอบ "honmei-choco" พร้อมกับของขวัญชิ้นพิเศษกับผู้ชายที่ชื่นชอบหรือแอบรักอย่างจริงจัง

 

ช็อกโกแล็ตวาเลนไทน์ตามราศีเกิด

 

 

ราศีเมษ
ต้องเลือกแบบที่หรูหราหน่อย เพราะชาวราศีเมษต้องการสิ่งที่ดีที่สุดเสมอสำหรับพวกเขา 

ราศีพฤษภ
ชาวราศีพฤ